สินค้าโภคภัณฑ์ใดที่ดี
ที่สุดสำหรับการเทรด

Which Commodity
Is Best for Trading?
สินค้าโภคภัณฑ์

The Top Ten
สินค้าโภคภัณฑ์
to Trade

ตามหลักแล้วสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ จัดเป็นวัตถุดิบที่ใช้สร้างสินค้าอื่นๆ กล่าวคือเป็นรากฐานพื้นฐานของเศรษฐกิจโลก ดังนั้นจึงมักใช้เป็นเครื่องมือในการลงทุนที่ยอดเยี่ยม สินค้าโภคภัณฑ์แบ่งออกเป็นสองประเภทกว้างๆ ได้แก่ สินค้าโภคภัณฑ์ประเภท Hard commodities และประเภท Soft commodities

สินค้าโภคภัณฑ์ประเภท Hard commodities คือ สินค้าที่ขุดได้จากพื้นโลกหรือสกัดได้จากทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ สินค้าประเภทนี้รวมถึงโลหะต่างๆ อาทิ ทองคำ, โลหะเงิน และเหล็ก ตลอดจนพลังงานต่างๆ อาทิ น้ำมัน, ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหิน ส่วนสินค้าโภคภัณฑ์ประเภท Soft commodities คือพวกสินค้าเกษตร อาทิ ปศุสัตว์และพืชผลต่างๆ ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ เป็นที่นิยมของบรรดาเทรดเดอร์ เนื่องจากมีความผันผวนสูง ซึ่งเป็นคุณลักษณะที่ช่วยให้เทรดเดอร์มีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น สิ่งที่แยกสินค้าโภคภัณฑ์ออกจากสินค้าอื่นคือ ข้อเท็จจริงที่ว่าสินค้าเหล่านี้สามารถใช้แลกเปลี่ยนกันได้และมีมูลค่าของสินค้าที่เป็นมาตรฐาน ซึ่งมูลค่าดังกล่าวถูกกำหนดโดยตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม เมื่อกล่าวถึงการเทรดสินค้าโภคภัณฑ์ ก็ไม่ใช่ว่าสินค้าโภคภัณฑ์ทั้งหมดจะมีมูลค่าเท่าเทียมกัน

สินค้าโภคภัณฑ์บางประเภทดีกว่าสินค้าโภคภัณฑ์ประเภทอื่นๆ เนื่องด้วยการมีสินค้าโภคภัณฑ์ที่หลากหลายในตลาด สิ่งสำคัญคือต้องรู้ว่าอะไรทำให้สินค้าโภคภัณฑ์นั้นดีสำหรับการเทรด

  • น้ำมันดิบ

  • ทองคำ

  • โลหะเงิน

  • ทองคำขาวและแพลเลเดียม

  • โลหะพื้นฐานอื่นๆ อันได้แก่ ทองแดง, เหล็ก, เหล็กกล้า, อลูมิเนียม

  • กาแฟ

  • Natural Gas

  • ถั่วเหลือง

  • ข้าวโพด

  • ข้าวสาลี

อะไรที่ทำให้สินค้า
โภคภัณฑ์เทรดดี

ในการเทรดสินค้าโภคภัณฑ์ สภาพคล่องถือเป็นสิ่งสำคัญที่คุณควรพิจารณา เนื่องจากสภาพคล่องเป็นตัวกำหนดความสะดวกในการขายหรือซื้อสินค้าโภคภัณฑ์ โดยทั่วไปแล้วตลาดที่มีสภาพคล่องมักจะมีความเสี่ยงที่ค่อนข้างต่ำ เนื่องจากมีแนวโน้มที่จะมีคนเต็มใจที่จะรับสถานะการเทรดอีกฝั่งหนึ่ง สินค้าโภคภัณฑ์ที่ดีมักจะมีตลาดที่เป็นที่ยอมรับของผู้ซื้อและผู้ขายในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง

นอกจากนี้สภาพคล่องสูงยังหมายความว่าสินค้าโภคภัณฑ์จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดความคลาดเคลื่อนของราคา (slippage) น้อยลงด้วย ความคลาดเคลื่อนของราคา (slippage) หมายถึงความสูญเสียที่เกิดขึ้นเมื่อส่วนต่างราคาเสนอซื้อกว้าง และเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยกับสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ ที่มีสภาพคล่องต่ำ สภาพคล่องคือสิ่งที่ทำให้สินค้าโภคภัณฑ์ที่มีการเทรดมากที่สุดแตกต่างจากสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ ในกลุ่ม และสิ่งนี้นำเราไปสู่คำถามที่สำคัญทั้งหมด

สินค้าโภคภัณฑ์สิบอันดับแรกที่น่าเทรดมากที่สุดคือสินค้าใด

ต่อไปนี้เป็นรายการสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีการเทรดกันมากที่สุดทั่วโลก เรียนรู้เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ของการเทรดสินค้าโภคภัณฑ์วันนี้

1. น้ำมันดิบ

ในฐานะที่เป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตภัณฑ์จำนวนมาก รวมถึงน้ำมันดีเซล,น้ำมันเบนซิน, น้ำมันหล่อลื่น และปิโตรเคมีต่างๆ น้ำมันดิบจึงเป็นหนึ่งในบรรดาสินค้าโภคภัณฑ์ที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดในโลก ทั้งนี้ราคาน้ำมันดิบสองรูปแบบที่ใช้ในการเปรียบเทียบราคาโลก คือ น้ำมันดิบเบรนท์และน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบมีความอ่อนไหวอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจเกี่ยวกับผลผลิตของ "องค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน" (OPEC)

น้ำมันดิบเบรนท์เป็นน้ำมันดิบประเภท ‘หวานและเบา’ (sweet light) ที่สกัดจากทะเลเหนือ น้ำมันประเภทนี้ถูกอธิบายว่ามีความหวานเพราะมีปริมาณกำมะถันต่ำ และมีน้ำหนักเบาเนื่องด้วยมีความหนาแน่นที่ค่อนข้างต่ำ ซึ่งทั้งสองคุณลักษณะนี้หมายความว่า น้ำมันประเภทดังกล่าวนี้ถูกนำมากลั่นเป็นผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้ายที่นำมาใช้งานได้ค่อนข้างง่าย

ส่วนน้ำมันดิบ WTI ซึ่งเรียกอีกอย่างว่าน้ำมันดิบของสหรัฐฯ จะถูกสกัดในรัฐต่างๆ ของสหรัฐอเมริกาและจัดเป็นน้ำมัน ‘หวานและเบา’ (sweet light) อีกชนิดหนึ่งที่มีความหนาแน่นและกำมะถันต่ำกว่าน้ำมันดิบเบรนท์ แม้ว่าในอดีตที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบ WTI จะขึ้นอยู่กับการบริโภคของสหรัฐฯ อย่างมาก แต่การพัฒนาความสะดวกในการส่งออกน้ำมันส่งผลให้ราคาน้ำมันชนิดนี้สัมพันธ์กับราคาน้ำมันดิบเบรนท์มากขึ้น

เริ่มต้นเทรดทองคำกับโบรกเกอร์ที่ได้รับการกำกับดูแลของออสเตรเลีย

2. ทองคำ

ทองคำ ซึ่งเป็นหนึ่งในโลหะมีค่า ยังคงเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ที่เป็นที่ต้องการอย่างมากตลอดประวัติศาสตร์เนื่องจากมีลักษณะมากมายที่เหมาะสำหรับการนำมาใช้ในเชิงอุตสาหกรรมและเชิงพาณิชย์จำนวนมาก แม้ว่าสินค้าโภคภัณฑ์ชนิดนี้จะยังคงใช้ในอุตสาหกรรมดั้งเดิม อาทิ อัญมณี และยา แต่ก็ยังเติบโตเป็นวัตถุดิบหลักในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และอุตสาหกรรมการบินและอวกาศด้วย

นอกจากนี้ทองคำยังถือว่าเป็นสินทรัพย์ที่เป็นเหมือน "หลุมหลบภัย" เนื่องจากความสามารถในการรักษาหรือเพิ่มมูลค่าในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจขาดเสถียรภาพและเกิดความไม่แน่นอนทางการเมือง ด้วยเหตุนี้เทรดเดอร์จำนวนมากจึงย้ายเงินไปเป็นทองคำเมื่อเงินตราทั่วไป (Fiat Currency) สูญเสียมูลค่าเพื่อลดความเสี่ยงลง นอกจากนี้ราคายังได้รับผลกระทบเมื่อธนาคารกลางซึ่งเป็นผู้ถือทองคำตัดสินใจที่จะกระจายทุนสำรองทางการเงินโดยการซื้อทองคำมากขึ้น ทั้งนี้ ผู้ผลิตทองคำรายใหญ่ที่สุดของโลก ได้แก่ ประเทศจีน, ออสเตรเลีย, รัสเซีย และสหรัฐอเมริกา

3. โลหะเงิน

เช่นเดียวกับทองคำ โลหะเงินเป็นโลหะมีค่าที่เป็นที่ต้องการอย่างมากอีกประเภทหนึ่งซึ่งยังคงได้รับความนิยมมาตลอดประวัติศาสตร์ แม้ว่าหลายคนมักจะชอบทองคำเพราะเป็นเครื่องเก็บรักษามูลค่าที่เชื่อถือได้มากกว่า แต่โลหะเงินก็ยังถือว่าเป็นสินทรัพย์ที่เป็นเหมือน "หลุมหลบภัย" เนื่องจากราคามักจะเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาที่เกิดความไม่แน่นอน

สิ่งที่ทำให้โลหะเงินได้รับความนิยมน้อยกว่าก็คือ ราคาโลหะเงินขึ้นอยู่กับความต้องการสินค้าโภคภัณฑ์จากอุตสาหกรรม ซึ่งจะต่างจากราคาทองคำ แม้ว่าสินค้าโภคภัณฑ์จะมีประโยชน์มากมาย แต่เกือบ 50% ของความต้องการมาจากการใช้ในอุตสาหกรรม อาทิ การใช้ในการผลิตฟิล์มถ่ายภาพ, ชิป LED และ RFID, แผงโซลาร์เซลล์ และแบตเตอรี่

นั่นหมายความว่า ราคาโลหะเงินมักจะได้รับผลกระทบเมื่อผลผลิตภาคอุตสาหกรรมลดลง

นอกจากนี้โลหะเงินยังมักถูกสกัดจากแร่ของโลหะอื่นๆ อาทิ ทองแดง, ทองคำ, และตะกั่ว ดังนั้นความผันผวนของความต้องการโลหะอื่นๆ เหล่านี้ จึงส่งผลต่อมูลค่าของโลหะเงินด้วย แหล่งที่มาหลักๆ ของแร่ที่นำมาสกัดเป็นโลหะเงินนั้นพบได้ในประเทศเม็กซิโก, แคนาดา, สหรัฐอเมริกา, โปแลนด์, โบลิเวีย, เปรู และออสเตรเลีย

4. ทองคำขาวและแพลเลเดียม

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โลหะมีค่าอีกสองชนิดคือ ทองคำขาวและแพลเลเดียม ได้กลายเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ชั้นนำสำหรับการเทรด แพลเลเดียมซึ่งเป็นโลหะที่หายากมากถูกมองว่าเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปลอดภัยมากขึ้น เนื่องจากราคาส่วนใหญ่ไม่ได้รับผลกระทบจากเงินเฟ้อหรือความไม่แน่นอนทางการเมือง นอกจากนี้ สินค้าโภคภัณฑ์ยังได้รับความนิยมเนื่องจากราคายังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นแนวโน้มที่คาดว่าจะยังคงดำเนินต่อไปเช่นนี้ในอนาคตอันใกล้

แพลเลเดียมส่วนใหญ่จะใช้ในเครื่องฟอกไอเสียของระบบไอเสียรถยนต์ แต่ยังใช้กันอย่างแพร่หลายในตัวเร่งปฏิกิริยาอื่นๆ ในอุตสาหกรรมดังกล่าวเช่นเดียวกับในอุตสาหกรรมอัญมณีและอุตสาหกรรมทันตกรรม นอกเหนือจากจะพบได้ในแหล่งสะสมทองแดงและนิกเกิลในประเทศแอฟริกาใต้และแคนาดาแล้ว โลหะดังกล่าวยังพบว่าเป็นโลหะอิสระในประเทศเอธิโอเปีย, ออสเตรเลีย, อเมริกาเหนือและใต้ และรัสเซียอีกด้วย

ทองคำขาวเป็นโลหะที่หายากที่สุดอีกชนิดหนึ่ง ประมาณ 97% ของทองคำขาวทั่วโลกนั้นมาจาก 5 ประเทศ ได้แก่ ประเทศแอฟริกาใต้, ซิมบับเว, รัสเซีย, แคนาดา และสหรัฐอเมริกา เช่นเดียวกับแพลเลเดียม ทองคำขาวส่วนใหญ่มักจะใช้ในตัวเร่งปฏิกิริยา แม้ว่าจะยังใช้ในอัญมณี, อุปกรณ์ทันตกรรม และหน้าสัมผัสไฟฟ้าต่างๆ ด้วยก็ตาม

ทองคำขาวกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นในหมู่เทรดเดอร์ที่เทรดสินค้าโภคภัณฑ์ เนื่องจากความสามารถในการดำเนินการค่อนข้างดีในสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย นอกจากนี้ ความต้องการโลหะดังกล่าวยังเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีการใช้โลหะที่กำลังถูกค้นพบมากขึ้นในเครือข่ายอุตสาหกรรม

5. โลหะพื้นฐานต่างๆ

โลหะพื้นฐานต่างๆ เป็นโลหะทั่วไปที่พบได้ทั่วไปทั่วโลกและขุดได้ง่ายกว่า ซึ่งแตกต่างจากโลหะมีค่าตรงที่โลหะพื้นฐานมีมากมาย ดังนั้นราคาจึงมักจะต่ำกว่าราคาของโลหะมีค่าต่างๆ อย่างไรก็ตาม ทั่วโลกมีความต้องการโลหะเหล่านี้เพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากถูกนำไปประยุกต์ใช้งานในทางอุตสาหกรรมมากมายเพิ่มขึ้น และความสามารถเชิงพาณิชย์ยังคงส่งผลดีต่อราคาโลหะพื้นฐานเหล่านี้

โลหะพื้นฐานที่มีการเทรดกันมากที่สุด:

ทองแดง

ทองแดง ซึ่งส่วนใหญ่ขุดได้ในประเทศชิลี, จีน, เปรู และสหรัฐอเมริกานั้น มีความทนทานต่อการกัดกร่อนและเป็นตัวนำไฟฟ้าและความร้อนที่ดีเป็นพิเศษ คุณสมบัติต่างๆ เหล่านี้ทำให้ทองแดงเป็นวัสดุอุตสาหกรรมยอดนิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และโลหะผสม อาทิ ทองสัมฤทธิ์ และทองเหลือง

เหล็กกล้า

เหล็กกล้า ซึ่งเป็นโลหะผสมเหล็กและคาร์บอนนั้น เป็นโลหะที่มีราคาไม่แพงแต่แข็งแรงมาก เหมาะสำหรับใช้ในอุตสาหกรรมในการผลิต, การก่อสร้าง และโครงสร้างพื้นฐาน โลหะดังกล่าวนี้กลายเป็นที่นิยมค่อนข้างมากเนื่องจากนำไปใช้งานได้หลากหลาย อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ ในฐานะที่เป็นโลหะผสม ราคาเหล็กกล้ามักจะขึ้นอยู่กับมูลค่าของผลิตภัณฑ์ที่ใช้เหล็กกล้าเป็นส่วนประกอบ ทั้งนี้เหล็กกล้าส่วนใหญ่ของโลกถูกผลิตขึ้นในประเทศจีน ตามด้วยประเทศอินเดีย, ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา

เหล็ก

เหล็กเป็นโลหะที่มีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์มากและยังค่อนข้างง่ายต่อการขุดด้วย ประเทศจีน, ออสเตรเลีย, อินเดีย, บราซิลและออสเตรเลียเป็นผู้ผลิตแร่เหล็กรายใหญ่ที่สุดในโลก สินค้าโภคภัณฑ์ชนิดนี้มีการนำไปใช้ทางอุตสาหกรรมและทางเคมีที่หลากหลายและยังใช้ในการผลิตเหล็กกล้าอีกด้วย ในอดีตนั้นมีอุปทานเพียงพอที่จะตอบสนองความต้องการและราคาของเหล็กค่อนข้างที่จะคงที่ นอกจากนี้การขยายตัวของเมืองที่เพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมายังทำให้ความต้องการโลหะดังกล่าวนี้ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง

อลูมิเนียม

อลูมิเนียม ซึ่งจัดว่าเป็นโลหะพื้นฐานที่สำคัญอีกชนิดหนึ่งนั้น เป็นโลหะที่มีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษและทนต่อการกัดกร่อน ผู้ผลิตอลูมิเนียมรายใหญ่ ได้แก่ ประเทศจีน, แคนาดา, อินเดีย และรัสเซีย อลูมิเนียมมักจะถูกผสานรวมกับโลหะอื่นๆ เพื่อสร้างโลหะผสมที่ทั้งแข็งแกร่งและน้ำหนักเบา ดังนั้นโลหะชนิดนี้จึงถูกนำไปประยุกต์ใช้งานในเชิงพาณิชย์มากมาย รวมถึงการก่อสร้างและการผลิตบรรจุภัณฑ์, เครื่องบิน และยานพาหนะต่างๆ ด้วย

6. กาแฟ

ทั่วโลกมีการบริโภคกาแฟมากกว่าสองพันล้านถ้วยทุกวัน ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่กาแฟเป็นหนึ่งในสินค้าโภคภัณฑ์ที่เก่าแก่ที่สุดและมีการเทรดมากที่สุดในโลก

ด้วยมูลค่าการเทรดโดยประมาณที่สูงกว่า 15,000 ล้านดอลลาร์ กาแฟจึงเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ประเภทเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นหนึ่งในสินค้าโภคภัณฑ์ด้านอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดตามปริมาณการเทรด ประเทศบราซิลเป็นผู้ผลิตกาแฟรายใหญ่ที่สุดของโลก ตามมาด้วยประเทศเวียดนาม, โคลัมเบีย และอินโดนีเซีย

7. ก๊าซธรรมชาติ

ก๊าซธรรมชาติเป็นแหล่งพลังงานและเชื้อเพลิงขนาดใหญ่ที่ไม่หมุนเวียน และยังคงเป็นหนึ่งในสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีการซื้อขายสูงที่สุดในโลก แม้ว่าจะมีการใช้แหล่งพลังงานหมุนเวียนมากขึ้นก็ตาม

ก๊าซธรรมชาติถูกใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า, ความร้อน และการปรุงอาหาร รวมถึงในการผลิตพลาสติก, ยา, ผ้า และปุ๋ยต่างๆ ผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ที่สุดของโลก ได้แก่ ประเทศสหรัฐอเมริกา, รัสเซีย, อิหร่าน และกาตาร์

8. ถั่วเหลือง

ถั่วเหลือง (Soya beans) หรือที่เรียกว่า soybeans เป็นหนึ่งในสินค้าโภคภัณฑ์ประเภท soft commodities ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด แม้ว่าถั่วเหลืองจะมีราคาไม่แพงนัก แต่ก็อุดมไปด้วยโปรตีน

นอกจากจะถูกนำไปใช้ในการผลิตไบโอดีเซลแล้วยังใช้ในการผลิตอาหารและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรต่างๆ มากมายหลากหลาย รวมถึงน้ำมันถั่วเหลือง, อาหารสัตว์ และผลิตภัณฑ์ทดแทนเนื้อสัตว์และนม ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นผู้ผลิตถั่วเหลืองรายใหญ่ที่สุด ตามด้วยประเทศบราซิล, อาร์เจนตินา และอินเดีย

9. ข้าวโพด

แหล่งอาหารสำคัญที่ถูกใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเอทานอล. อาหารสัตว์. แป้งข้าวโพด และน้ำเชื่อมข้าวโพด ทั้งนี้ข้าวโพดถือเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ทางการเกษตรที่มีคุณค่าซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่เทรดเดอร์

ข้าวโพดถือเป็นหนึ่งในพืชผลที่อเนกประสงค์ที่สุด นอกจากนี้ยังเป็นที่ต้องการมากขึ้นจากการถือกำเนิดของเชื้อเพลิงชีวภาพ ผู้ผลิตข้าวโพด (Corn ซึ่งเรียกอีกอย่างว่า Maize) รายใหญ่ที่สุดของโลกนั้น ได้แก่ ประเทศอาร์เจนตินา, จีนสหรัฐอเมริกา และบราซิล

10. ข้าวสาลี

ในฐานะที่เป็นองค์ประกอบสำคัญในการผลิตผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ อาทิ แป้ง, ขนมปัง และธัญพืช ข้าวสาลีจึงไม่เพียงแต่เป็นสินค้าโภคภัณฑ์ที่ขาดไม่ได้เท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งอาหารที่จำเป็นอีกด้วย

ข้าวสาลีมีมูลค่าการเทรดโดยประมาณสูงกว่า 45,000 ล้านดอลลาร์ และเป็นหนึ่งในสินค้าโภคภัณฑ์อาหารที่มีการเทรดกันมากที่สุดในโลก ทั้งนี้ประเทศจีนและอินเดียเป็นผู้ผลิตข้าวสาลีรายใหญ่ที่สุดในโลก

สินค้าโภคภัณฑ์แต่ละชนิดต่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และสิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อสินค้าโภคภัณฑ์นั้นๆ โดยเฉพาะ อย่างไรก็ตาม โดยปกติแล้วความผันผวนสูงถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่พบเจอได้ทั่วไปในบรรดาสินค้าโภคภัณฑ์ทั้งหมดและมีอิทธิพลหลายประการที่อยู่เบื้องหลัง

เริ่มต้นเทรดทองคำกับโบรกเกอร์ที่ได้รับการกำกับดูแลของออสเตรเลีย

ตัวขับเคลื่อนการกำหนดราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่สำคัญมีอะไรบ้าง

อุปสงค์และอุปทาน

ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์และอุปทานสำหรับสินค้านั้นๆ กฎพื้นฐานทั่วไปคือราคาจะเพิ่มขึ้น หากอุปสงค์เพิ่มขึ้นหรืออุปทานของสินค้าโภคภัณฑ์นั้นๆ ลดลง ในทางกลับกันราคาจะลดลง เมื่อมีอุปทานเพิ่มขึ้นและอุปสงค์ลดลง

ข่าวสารเกี่ยวกับสินค้าโภคภัณฑ์

ข่าวสารต่างๆ จะขยับราคาสินค้าโภคภัณฑ์เนื่องจากมีผลกระทบอย่างมากต่ออารมณ์ตลาด ตัวอย่างเช่น ข่าวเชิงลบมีแนวโน้มที่จะนำไปสู่อารมณ์ตลาดในเชิงลบ ซึ่งจะส่งผลให้ราคาปรับตัวลง ข่าวถือเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลต่อการกำหนดราคาที่สำคัญ เนื่องจากสินค้าโภคภัณฑ์จำนวนมากจะได้สัมผัสกับการเคลื่อนไหวของราคาที่ยอดเยี่ยม แม้จะเป็นเพียงข่าวลือของข่าวสำคัญก็ตาม

การเคลื่อนไหวของสกุลเงิน

โดยทั่วไปสินค้าโภคภัณฑ์จะถูกกำหนดราคาในสกุลเงิน USD และแม้ว่าจะไม่มีการรับประกัน แต่ก็มีแนวโน้มที่จะมีความสัมพันธ์แบบผกผันกับ USD - เมื่อฝ่ายหนึ่งเพิ่มขึ้น ในทางกลับกันอีกฝ่ายหนึ่งจะลดลง

การเติบโตทางเศรษฐกิจ

การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอาจส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากประเทศที่เป็นปัญหาเป็นผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่ของสินค้าโภคภัณฑ์นั้นๆ เนื่องจากการเติบโตทางเศรษฐกิจช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรม ตัวอย่างเช่น สงครามเศรษฐกิจของเวเนซุเอลาส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมัน แม้ว่าจะเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ แต่การขาดเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของเวเนซุเอลานั้นหมายความว่ารัฐบาลไม่สามารถรักษาและลงทุนในอุตสาหกรรมน้ำมันได้ สิ่งนี้นำไปสู่การผลิตน้ำมันแบบมีข้อจำกัด ซึ่งส่งผลต่ออุปทานน้ำมันและก่อให้เกิดความผันผวนของราคาเพิ่มขึ้น

สภาพแวดล้อมทางภูมิรัฐศาสตร์

ราคาสินค้าโภคภัณฑ์มักได้รับอิทธิพลจากสภาพแวดล้อมทางภูมิรัฐศาสตร์ของประเทศที่ผลิตสินค้าโภคภัณฑ์นั้นๆ ซึ่งนั่นหมายความว่าราคาจะได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนทางการเมือง ยกตัวอย่างเช่น เนื่องจากเหล็กและเหล็กกล้าส่วนใหญ่ถูกผลิตขึ้นในประเทศจีน ราคาของมันจะได้รับอิทธิพลอย่างมากจากความตึงเครียดทางการเมืองที่ส่งผลกระทบต่อประเทศจีน ตัวอย่างเช่น ราคาเหล็กกล้าและเหล็กได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน เป็นต้น

สภาพอากาศ

สภาพอากาศมีบทบาทสำคัญมากในการกำหนดราคาสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคเกษตรกรรม สภาพอากาศเลวร้ายซึ่งส่งผลต่อการเก็บเกี่ยว อาจทำให้อุปสงค์ของสินค้าโภคภัณฑ์เพิ่มขึ้นและมีแนวโน้มที่จะผลักดันให้ราคาสูงขึ้น ในทางกลับกันสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยอาจส่งผลให้มีการเก็บเกี่ยวที่ดี ซึ่งนำไปสู่อุปทานของสินค้าโภคภัณฑ์ที่เกินความต้องการ ในสถานการณ์เช่นนี้ราคาของสินค้าก็มีแนวโน้มที่จะลดลง

นอกจากนี้สภาพอากาศยังอาจส่งผลกระทบต่อสินค้าโภคภัณฑ์นอกภาคเกษตร อาทิ น้ำมัน ด้วย ตัวอย่างเช่น ช่วงที่อากาศเย็นสามารถส่งผลให้อุปสงค์ของน้ำมันและก๊าซธรรมชาติสำหรับให้ความร้อนนั้นเพิ่มขึ้น จึงอาจทำให้สินค้าโภคภัณฑ์เหล่านี้มีราคาสูงขึ้นด้วย

แนวโน้มผู้บริโภค

การเปลี่ยนแปลงความชอบของผู้บริโภคและพฤติกรรมการซื้อสามารถส่งผลต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ได้ ตัวอย่างเช่น เทรดเดอร์ที่วางแผนจะเทรดสินค้าโภคภัณฑ์ประเภทพลังงานจำเป็นต้องตระหนักถึงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำที่อาจเกิดขึ้นด้วย เนื่องจากผู้คนยอมรับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในแหล่งพลังงานทางเลือก การเปลี่ยนไปใช้แหล่งพลังงานต่างๆ อาทิ พลังงานแสงอาทิตย์, เชื้อเพลิงชีวภาพ และพลังงานลม อาจลดอุปสงค์ของน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติลง และด้วยเหตุนี้จึงส่งผลต่อราคาของสินค้าโภคภัณฑ์เหล่านี้ ในทางกลับกันการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพที่เพิ่มขึ้น อาจเพิ่มอุปสงค์ของข้าวโพดและผลักดันราคาให้สูงขึ้น

แม้ว่าสินค้าเหล่านี้จะเป็นตัวขับเคลื่อนราคาทั่วไป แต่สินค้าโภคภัณฑ์บางประเภทจะมีปัจจัยเฉพาะตัวที่มีอิทธิพลต่อราคา การทำความเข้าใจปัจจัยเฉพาะที่ขับเคลื่อนราคาของสินค้าโภคภัณฑ์แต่ละชนิดจะทำให้คุณอยู่ในสถานะที่สามารถตัดสินใจอย่างมีเหตุผลได้ดีขึ้นเมื่อคุณเริ่มต้นเทรด

How are Commodities
Traded?

สินค้าโภคภัณฑ์ส่วนใหญ่จะเทรดด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งจากสองวิธี กล่าวคือ ผ่านฟิวเจอร์สหรือสัญญาซื้อขายส่วนต่าง (CFDs) ตลาดซื้อขายล่วงหน้าเป็นวิธีที่ตรงที่สุดในการเทรดสินค้าโภคภัณฑ์ สัญญาซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าเป็นข้อตกลงทางกฎหมายในการซื้อหรือขายสินค้าโภคภัณฑ์ประเภทใดประเภทหนึ่งในราคาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ณ วันที่และเวลาที่กำหนดในอนาคต

ในทางกลับกัน CFD ในสินค้าโภคภัณฑ์เป็นวิธีการที่ทันสมัยและเป็นที่นิยมมากขึ้นในการเทรดสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งแตกต่างจากการเทรดฟิวเจอร์สสินค้าโภคภัณฑ์ที่โดยทั่วไปนั้นต้องเสียค่าใช้จ่ายเงินทุนที่มากกว่า CFD สินค้าโภคภัณฑ์จะให้เลเวอเรจในระดับสูง เลเวอเรจที่สูงช่วยให้เทรดเดอร์สามารถสัมผัสสินค้าโภคภัณฑ์อ้างอิงได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยเงินทุนเพียงเล็กน้อย กล่าวอีกนัยหนึ่งคือคุณสามารถเริ่มต้นเทรด CFD ด้วยเงินทุนที่น้อยกว่าอย่างมากเมื่อเทียบกับเงินที่คุณต้องใช้ในการเทรดฟิวเจอร์ส

พื้นฐานของสินค้าโภคภัณฑ์

นอกจากความสามารถในการเทรดโดยใช้มาร์จิ้นแล้ว CFD สินค้าโภคภัณฑ์ยังเปิดโอกาสให้เทรดเดอร์ได้ทำกำไรทั้งในตลาดขาขึ้นและขาลง
ในตลาดขาลง คุณสามารถเทรด Short (ขาย) ได้ ซึ่งหมายความว่าคุณขายในราคาสูงและซื้อกลับคืนมาในราคาต่ำ

เมื่อคุณขาย กำไรของคุณจะเป็นส่วนต่างระหว่างราคาที่คุณขายและราคาที่คุณซื้อเมื่อคุณปิดสถานะ

CFD เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความซับซ้อน อย่างไรก็ตามเมื่อคุณศึกษาตลาดแล้ว คุณจะสามารถเริ่มต้นเทรดได้ในไม่กี่ขั้นตอน

ขั้นตอนที่ 1

เลือก โบรกเกอร์ CFD สินค้าโภคภัณฑ์ ที่เชื่อถือได้และ เปิดบัญชี

ขั้นตอนที่ 2

เลือกตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเลือกประเภทของสินค้าโภคภัณฑ์ที่คุณต้องการเทรด

ขั้นตอนที่ 3

ตัดสินใจซื้อหรือขายตามการวิเคราะห์ตลาดของคุณ หากคุณคิดว่าราคาสินค้าโภคภัณฑ์จะสูงขึ้น คุณสามารถซื้อ (เทรด Long) และหากคุณคิดว่าราคาจะลดลง คุณก็สามารถขาย (เทรด Short) ได้

ขั้นตอนที่ 4

เมื่อคุณตัดสินใจเกี่ยวกับทิศทางการเทรดของคุณได้แล้ว คุณจะต้องตัดสินใจว่าต้องการซื้อหรือขายสินค้าโภคภัณฑ์นั้นๆ จำนวนกี่หน่วย

ขั้นตอนที่ 5

ตั้งค่าพารามิเตอร์การจัดการความเสี่ยง CFD มีความเสี่ยงสูงและควรควบคุมความเสี่ยงในการเทรดของคุณด้วยเครื่องมือบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ

ขั้นตอนที่ 6

ทำการเทรดและตรวจสอบสถานะของคุณ เมื่อคุณทำการเทรดแล้วคุณควรตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากตลาดอาจเกิดภาวะตกต่ำอย่างกะทันหันได้

ไม่ว่าคุณจะเลือกเทรดสินค้าโภคภัณฑ์ใดก็ตาม การเทรดของคุณไม่ควรเป็นไปตามอำเภอใจ หากแต่ควรดำเนินการเทรดตามกลยุทธ์ที่ดี

อะไรคือปัจจัยพื้นฐานของกลยุทธ์การเทรดสินค้าโภคภัณฑ์

หนึ่งในองค์ประกอบหลักของกลยุทธ์การเทรดสินค้าโภคภัณฑ์ที่ดีคือ การวิเคราะห์สินค้าโภคภัณฑ์ที่คุณต้องการเทรดอย่างเหมาะสม ในการจะทำเช่นนี้ได้ คุณจำเป็นต้องเข้าใจการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน และการวิเคราะห์ทางเทคนิค แม้ว่าคุณจะสามารถใช้วิธีการวิเคราะห์อย่างใดอย่างหนึ่งได้ แต่ก็เป็นเรื่องปกติที่เทรดเดอร์จะใช้วิธีการทั้งสองวิธี

การวิเคราะห์ทางเทคนิคช่วยในการเรียนรู้และตัดสินใจว่าจะเข้าและออกจากตลาดเมื่อใด การวิเคราะห์ประเภทนี้อาศัยการใช้กราฟและเครื่องมือชี้วัดต่างๆ เพื่อระบุรูปแบบในอดีต ซึ่งจะช่วยให้คุณคาดการณ์การเคลื่อนไหวของราคาในอนาคตได้

การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานจะช่วยให้คุณเข้าใจหลักเศรษฐศาสตร์มหภาคและเหตุการณ์ต่างๆ ที่มีผลต่อราคา คุณสามารถเริ่มการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานของคุณได้โดยอ่านรายงานเกี่ยวกับสินค้าโภคภัณฑ์ที่คุณต้องการเทรดและติดตามข่าวสารเกี่ยวกับสินค้าโภคภัณฑ์รายวันจากแหล่งต่างๆ ที่เชื่อถือได้ เมื่อคุณกำหนดกลยุทธ์ของคุณแล้ว คุณควรทดสอบความสมบูรณ์ของกลยุทธ์นั้นๆ ในบัญชีทดลองอย่างรอบคอบ

กลยุทธ์ของคุณต้องได้รับการสนับสนุนโดยกฎการบริหารความเสี่ยงที่แข็งแกร่งเพื่อลดการขาดทุนที่อาจเกิดขึ้น เนื่องด้วยสินค้าโภคภัณฑ์มักจะมีความผันผวนมากกว่าการลงทุนประเภทอื่นๆ สำหรับการเคลื่อนไหวของราคาที่ไม่เอื้ออำนวยนั้นเป็นเรื่องง่ายที่จะล้างข้อมูลทั้งบัญชีของคุณ หากคุณไม่สามารถตรวจสอบภัยคุกคามใดๆ ที่มีต่อสถานะที่เปิดอยู่ได้

คำสั่ง Stop-loss เป็นเครื่องมือหนึ่งที่คุณสามารถใช้บริหารความเสี่ยงของคุณเมื่อทำการเทรด CFD ในสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ ได้ เนื่องด้วยตามชื่อของมัน คำสั่ง Stop-loss จะช่วยให้คุณตัดการขาดทุนได้โดยการปิดสถานะของคุณโดยอัตโนมัติเมื่อตลาดถึงราคาที่กำหนดไว้ อย่างไรก็ตามคุณต้องระลึกไว้ว่าคำสั่ง Stop-loss จะไม่ถูกดำเนินการในราคาที่คุณตั้งไว้เสมอไป บางครั้งอาจเกิดช่องว่างของราคาขึ้นเนื่องจากความคลาดเคลื่อนของราคา (slippage) และคุณจะต้องใช้คำสั่ง Guaranteed stop หากคุณต้องการให้การเทรดของคุณปิดในราคาที่แน่นอน

หมายเหตุ: สินค้าโภคภัณฑ์บางชนิดมีความเสี่ยงไม่เท่ากัน คุณต้องแน่ใจว่าคุณเข้าใจโปรไฟล์ความเสี่ยงของสินค้าโภคภัณฑ์แต่ละชนิดที่คุณต้องการเทรด

การเทรดสินค้าโภคภัณฑ์ยอดนิยม

การเทรดสินค้าโภคภัณฑ์ไม่เหมือนกับการเทรดสินทรัพย์อื่นๆ แม้ว่าพื้นฐานของการเทรดจะยังคงเหมือนเดิม แต่สินค้าโภคภัณฑ์ทุกประเภทล้วนมีความแตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น ปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้ราคาข้าวสาลีไม่จำเป็นต้องมีผลกระทบต่อราคาน้ำมัน สิ่งสำคัญคือต้องมีความรู้เกี่ยวกับสินค้าโภคภัณฑ์แต่ละชนิดที่คุณต้องการเทรดและปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อราคาอ้างอิง ความสามารถในการดำเนินการวิเคราะห์อย่างละเอียดเกี่ยวกับตลาดที่คุณเลือกจะช่วยเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จให้คุณได้อย่างมาก

เริ่มต้นเทรด
ได้ในไม่กี่นาที

เปิดบัญชีตอนนี้เลย

bullet เข้าถึงตราสารทางการเงินกว่า 10,000 รายการ
bullet เปิดและปิดสถานะอัตโนมัติ
bullet ข่าวสารและปฏิทินเศรษฐกิจ
bullet เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคและกราฟ
bullet มีเครื่องมือเพิ่มเติมอีกมากมาย

การให้อีเมลของคุณ แสดงถึงว่าคุณยอมรับในนโยบายความเป็นส่วนตัวของ FP Markets และจะรับสื่อการตลาดในอนาคตจาก FP Markets คุณสามารถยกเลิกการสมัครรับได้ทุกเมื่อ





รับอัปเดตทันทีใน Telegram