ฉันจะเทรดฟอเร็กซ์อย่างไร เทรดฟ
อเร็กซ์ออนไลน์ | การเทรดค่าเงิน

ฉันจะเทรดฟอเร็กซ์อย่างไร เทรดฟ
อเร็กซ์ออนไลน์ | การเทรดค่าเงิน

วิธีเทรดฟอเร็กซ์
ขั้นตอนการเทรด FX

ด้วยสภาพคล่องสูงและเวลาเทรดที่ไม่มีการหยุด จึงไม่น่าแปลกใจที่ตลาดฟอเร็กซ์ (ย่อมาจาก foreign exchange) เป็นตลาดเงินที่เทรดมากที่สุดในโลกโดยมีปริมาณการเทรดทั่วโลกในแต่ละวันถึง $6.6 ล้านล้าน (ดอลลาร์สหรัฐฯ) ราคาสกุลเงินมีมูลค่าที่เคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลอื่นๆ และตลาดฟอเร็กซ์ก็เสนอโอกาสอันดีที่จะทำกำไรจากความเคลื่อนไหวของราคาเหล่านี้ อ่านต่อเพื่อดูวิธีเทรดฟอเร็กซ์และขั้นตอนที่คุณต้องทำเพื่อใช้ประโยชน์จากโอกาสเหล่านี้

ขั้นตอนที่ 1:
Learn How the Forex
Market Works

แนวคิดพื้นฐาน

การเทรดฟอเร็กซ์เป็นการซื้อและขายสกุลเงินสองสกุลในเวลาเดียวกัน ตัวอย่างเช่น หากคุณกำลังซื้อ GBP/USD หมายความว่าคุณกำลังซื้อ GBP โดยขาย USD และหากคุณกำลังขายคู่สกุลเงินนี้ เท่ากับคุณกำลังซื้อ USD โดยขาย GBP

ในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ คู่ฟอเร็กซ์จะได้รับการแบ่งเป็นสามกลุ่ม ได้แก่ คู่หลัก คู่รองและคู่ประเทศตลาดใหม่ (Exotic) คู่หลักเป็นคู่ที่เทรดมากที่สุด โดยแต่ละคู่จะมี USD ส่วนอีกหนึ่งสกุลจะอยู่ในเจ็ดสกุลหลักที่เหลือ (EUR, GBP, JPY, CHF, CAD, AUD และ NZD) คู่รองจะมีสกุลเงินหลักสองสกุลที่ไม่ใช่ USD และคู่ประเทศตลาดใหม่จะเป็นคู่ที่มีสกุลเงินหลักและสกุลเงินประเทศตลาดใหม่ เช่น EUR/TRY หรือ USD/THB

ความแตกต่างระหว่างกลุ่มเหล่านี้ก็คือสภาพคล่อง โดยคู่หลักจะมีสภาพคล่องสูงสุดและคู่ประเทศตลาดใหม่มีสภาพคล่องน้อยที่สุด

เทรดเดอร์ฟอเร็กซ์ทำกำไรได้อย่างไร

วัตถุประสงค์ในการเทรดฟอเร็กซ์ก็คือการซื้อสกุลเงินหนึ่งในราคาถูกและขายในราคาที่สูงขึ้นภายหลัง ตัวอย่างเช่น หาก EUR/USD กำลังเทรดที่ 1.1250 และคุณเชื่อว่าอัตราแลกเปลี่ยนจะปรับตัวเพิ่มขึ้น คุณอาจซื้อคู่ EUR/USD ที่ราคาปัจจุบัน หากหลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง อัตราแลกเปลี่ยนปรับตัวไปที่ 1.1315 คุณจะได้กำไร 65 pips

นอกจากนี้ เทรดเดอร์ฟอเร็กซ์ยังใช้เทคนิคที่เรียกว่า ‘การขาย Short’ เพื่อทำกำไรเมื่อราคาปรับตัวลดลง ดังนั้นจึงมีโอกาสทำกำไรไม่ว่าตลาดจะขึ้นหรือลง

หมายเหตุ: Pip (point in percentage) เป็นจำนวนที่เล็กที่สุดที่ราคาสกุลเงินสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งปกติจะอยู่ที่ $0.0001 สำหรับคู่สกุลเงินที่เกี่ยวข้องกับ USD แต่สำหรับคู่อื่นๆ เช่น JPY จะอยู่ที่ $0.001

วิธีวิเคราะห์ตลาดเงิน

หากไม่มีการวิเคราะห์ตลาด การเทรดฟอเร็กซ์ก็จะเหมือนกับการพนัน ดังนั้น เทรดเดอร์ฟอเร็กซ์จึงใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคและปัจจัยพื้นฐานเพื่อศึกษาตลาด

การวิเคราะห์ทางเทคนิค


การวิเคราะห์ทางเทคนิคเป็นการวิเคราะห์กราฟราคาตามสมมติฐานที่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นอีกครั้งและรูปแบบราคาที่ได้ผลในอดีตน่าจะได้ผลในอนาคต การวิเคราะห์ทางเทคนิคจึงอาจมอบจุดเข้าและจุดออกที่แม่นยำสำหรับการเทรดเนื่องจากลักษณะดังกล่าว

การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน


การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานเป็นการวัดมูลค่ายุติธรรมของสกุลเงินประเทศหนึ่งโดยพิจารณาอัตราเงินเฟ้อและการว่างงาน อัตราดอกเบี้ย การเติบโตทางเศรษฐกิจ และข้อมูลเศรษฐศาสตร์มหภาคอื่นๆ ที่อาจกระทบต่ออุปสงค์และอุปทานของสกุลเงิน
ปกติแล้ว การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานจะใช้ระยะเวลาที่ยาวกว่าเมื่อเทียบกับการวิเคราะห์เทคนิค และการไม่พลาดข่าวตลาดก็เป็นสิ่งสำคัญเนื่องจากความเคลื่อนไหวจำนวนมากในตลาดได้รับอิทธิพลจากสิ่งต่างๆ เช่น ข่าวเศรษฐกิจและเหตุการณ์ทางการเมือง

การวิเคราะห์อารมณ์ตลาด


นอกจากนี้ เทรดเดอร์อื่นๆ ยังใช้การวิเคราะห์อารมณ์ตลาดซึ่งอาศัยข้อมูลว่านักลงทุนรู้สึกกับตลาดอย่างไร การใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคและปัจจัยพื้นฐานเป็นกุญแจสำคัญ แต่การมีความรู้สึกเพิ่มเติมสำหรับการประมาณการตลาดโดยรวมอาจช่วยปรับปรุงการตัดสินใจในการเทรดได้

ขั้นตอนที่ 2:
เลือกโบรกเกอร์และเปิดบัญชี

การเลือกโบรกเกอร์ที่เหมาะสมสำหรับเทรดฟอเร็กซ์ออนไลน์จะช่วยให้คุณสามารถใช้เวลาวิเคราะห์และพัฒนากลยุทธ์การเทรดฟอเร็กซ์ของคุณได้เต็มที่แทนที่จะกังวลว่าจะถูกโกง นอกจากนี้ โบรกเกอร์ที่ดียังสามารถเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จในวงการเทรดฟอเร็กซ์ที่มีการแข่งขันสูง

ค้นหาโบรกเกอร์ที่:

  • ได้รับการกำกับดูแลเพื่อให้เงินของคุณได้รับการปกป้อง

  • มีการบริการลูกค้าที่ดี โดยเฉพาะหลังจากที่คุณเปิดบัญชี ซึ่งคุณสามารถค้นหาข้อมูลได้โดยประเมินรีวิวของเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์คนอื่นๆ หรือผ่านประสบการณ์ของคุณในบัญชีทดลอง

  • มีแพลตฟอร์มการเทรดที่ดี ตัวอย่างเช่น MetaTrader 4 (MT4) ซึ่งเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มการเทรดฟอเร็กซ์ที่ดีที่สุดในโลก

  • มีแหล่งข้อมูลเพื่อสนับสนุนการเทรดของคุณ ตัวอย่างเช่น FP Markets ให้บริการแหล่งข้อมูลด้านการศึกษาที่ครอบคลุมซึ่งกล่าวถึงพื้นฐานการเทรดและช่วยให้คุณกลายเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ

หลังเลือกโบรกเกอร์แล้ว คุณจะสามารถเปิดบัญชีการเทรดค่าเงินได้ สิ่งสำคัญก็คือการเริ่มต้นด้วยบัญชีทดลองเพื่อเรียนรู้ความเคลื่อนไหวของตลาดฟอเร็กซ์และวิธีเทรดค่าเงินก่อนเสี่ยงด้วยเงินทุนจริงและเพื่อให้ได้ประโยชน์จากการลงทุนเริ่มแรกของคุณมากที่สุด

ขั้นตอนที่ 3:
สร้างแผนการเทรด

วินัยคือหนึ่งในคุณสมบัติที่เทรดเดอร์ผู้ประสบความสำเร็จทุกคนมีและแผนการเทรดจะช่วยให้คุณรักษาวินัยดังกล่าวไว้ได้ แผนควรช่วยให้คุณเทรดได้อย่างสม่ำเสมอ จัดการอารมณ์ของคุณ และมุ่งเน้นวัตถุประสงค์ในการเทรด รวมถึงยังช่วยให้คุณพัฒนากลยุทธ์การเทรดฟอเร็กซ์ของคุณ

กระบวนการจัดทำแผนการเทรดของคุณควรรวมถึง:

  • การกำหนดเป้าหมายในการเทรดเพื่อให้คุณคาดการณ์ถึงผลตอบแทนที่เป็นไปได้จริง

  • การประเมินเงินทุนที่คุณมีและการพิจารณาว่าคุณจะเริ่มต้นเทรดด้วยเงินมากเท่าใด

  • การตัดสินใจว่าคุณจะวิเคราะห์ตลาดอย่างไร

  • การพิจารณาคู่สกุลเงินที่คุณจะเทรด

  • การพิจารณาการรับความเสี่ยงของคุณ คุณเป็นเทรดเดอร์แนวอนุรักษ์นิยม ทางสายกลางหรือเชิงรุก การทำความเข้าใจการรับความเสี่ยงของคุณจะช่วยให้สามารถสร้างกลยุทธ์ที่ช่วยให้คุณประสบความสำเร็จได้

  • การสร้างกลยุทธ์การเทรดฟอเร็กซ์ในภาพรวม

กลยุทธ์การเทรด

ไม่มีวิธีตายตัวในการเทรดและเรื่องสำคัญก็คือการมีกลยุทธ์ที่จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในการเทรดในสถานการณ์ต่างๆ โดยให้มุ่งเน้นการสร้างกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับการรับความเสี่ยงของคุณรวมถึงใช้เทคนิคการเทรดและเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จ

นอกจากนี้ กลยุทธ์ของคุณควรมีกฎการบริหารจัดการเงินและความเสี่ยงที่จะช่วยให้คุณตัดขาดทุนและทำเงินได้พอสมควรซึ่งจะช่วยชดเชยการขาดทุนเหล่านั้นได้ กฎสำคัญบางข้อที่ต้องมี เช่น:

  • จำนวนที่จะเสี่ยงในการเทรดหนึ่งครั้ง ปกติแล้ว เทรดเดอร์ส่วนใหญ่จะเสี่ยงสูงสุด 1% ถึง 2% ของเงินทุนต่อการเทรดครั้งเดียว

  • Risk/Reward Ratio เทรดเดอร์ส่วนใหญ่จะใช้อัตราส่วน 1:2 โดยเป็นกฎทั่วไป

  • การตั้ง Stop-loss เพื่อจำกัดการขาดทุนเมื่อตลาดเคลื่อนไหวในทิศทางที่ส่งผลเสีย

  • การใช้คำสั่ง Take-Profit เพื่อใช้ประโยชน์จากความเคลื่อนไหวในตลาดที่เป็นผลดีโดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการดำเนินการเทรดด้วยตนเอง

สิ่งสำคัญก็คือให้ปรับปรุงกลยุทธ์ของคุณเสมอขณะที่ทดสอบตลาดและตัดสินใจเทรด การปรับปรุงกลยุทธ์จะสำคัญเป็นพิเศษหลังจากที่คุณเริ่มทำความเข้าใจตลาดด้วยบัญชีทดลองและเมื่อคุณกำหนดการรับความเสี่ยงของคุณ

การทำให้แผนได้ผลสำหรับคุณ

หลังสร้างกลยุทธ์และนำมารวมกับแผนที่เหลือ เรื่องสำคัญก็คือให้ทำตามแผนเสมอ การทำตามแผนแม้เมื่อตลาดเคลื่อนไหวในทิศทางตรงข้ามกับสถานะของคุณเป็นสิ่งที่แยกเทรดเดอร์ผู้มีวินัยและประสบความสำเร็จออกจากเทรดเดอร์ที่ไม่ประสบความสำเร็จซึ่งละเลยแผนและเทรดตามอำเภอใจ

Starting trading over
10,000 products today

ขั้นตอนที่ 4:
เริ่มต้นเทรด

เมื่อคุณเข้าใจวิธีที่ตลาดฟอเร็กซ์ทำงานและคุณมีกลยุทธ์กับแผนการเทรดที่แข็งแกร่ง
คุณก็จะสามารถเริ่มต้นเทรดได้

ตัดสินใจว่าคุณกำลังจะซื้อหรือขาย
(เปิดสถานะ Short หรือ Long)


เมื่อคุณได้กำหนดคู่สกุลเงินที่ต้องการเทรด คุณจะต้องรู้ราคาปัจจุบันของคู่ที่จะเทรด ฟอเร็กซ์ทั้งหมดจะได้รับการโควตราคาในรูปแบบของเงินสกุลหนึ่งเทียบกับอีกสกุล โดยแต่ละคู่สกุลเงินจะมีสกุลเงินฐานและสกุลเงินที่โควต

สกุลเงินที่อยู่ลำดับแรกก็คือสกุลเงินฐานและสกุลเงินที่สองเป็นสกุลเงินที่โควต

เมื่อเทรดค่าเงิน คุณจะ:

ซื้อคู่สกุลเงินเมื่อเชื่อว่าสกุลเงินฐานจะแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินที่โควต เช่น ราคาสกุลเงินฐานจะปรับตัวเพิ่มขึ้น หรือสกุลเงินที่โควตจะอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินฐาน เช่น ราคาสกุลเงินที่โควตจะปรับตัวลดลง

กำไรของคุณจะเพิ่มขึ้นตามอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นทุกครั้งและคุณจะขาดทุนในทุกจุดที่อัตราแลกเปลี่ยนปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับที่คุณเปิดการเทรด

ขายคู่สกุลเงินเมื่อเชื่อว่าสกุลเงินฐานจะอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินที่โควต หรือสกุลเงินที่โควตจะแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินฐาน

กำไรของคุณจะเพิ่มขึ้นตามอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลงทุกจุดและคุณจะขาดทุนในทุกจุดที่อัตราแลกเปลี่ยนปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือระดับที่คุณเปิดการเทรด

ตัวอย่างเช่น: การซื้อคู่สกุลเงิน

สมมติว่าสัญญาณในตลาดกำลังบ่งชี้ว่า EUR จะปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ USD คุณจึงเปิด 1 มินิล็อต (EUR/USD 10,000 หน่วย) โดยซื้อ EUR จากนั้นจึงรอให้อัตราแลกเปลี่ยนปรับตัวเพิ่มขึ้น

หาก EUR/USD กำลังเทรดที่ 1.1280 เท่ากับคุณจะซื้อ €10,000 ที่มูลค่า US$11,280 หากการคาดการณ์ของคุณถูกต้องและคุณปิดสถานะที่ 1.1360 คุณจะได้เงิน US$80

หมายเหตุ: การเทรดทุกครั้งจะมีค่าใช้จ่ายที่รู้จักในชื่อสเปรดซึ่งเป็นส่วนต่างระหว่างราคาซื้อ (ราคาเสนอซื้อ) และราคาขาย (ราคาเสนอขาย) โดยได้รับการคำนวณเป็น pip หรือพูดอีกอย่างก็คือค่าใช้จ่ายในการเทรด ตัวอย่างเช่น หากราคาซื้อ EUR/USD อยู่ที่ 1.1280 และราคาขายอยู่ที่ 1.1275 สเปรดจะเท่ากับ 5 pip

สเปรดที่เรียกเก็บสำหรับการเทรดก็คือสเปรดคูณด้วยขนาดสถานะ ตัวอย่างเช่น หากใช้ตัวอย่างข้างต้นและสเปรด 5 pip การเทรดของคุณจะมีค่าใช้จ่าย $5 (แต่ละ pip ของมินิล็อตมีมูลค่า $1)

เพิ่มคำสั่ง


คำสั่งเป็นคำสั่งสำหรับเทรดอัตโนมัติในอนาคตเมื่อราคาถึงระดับที่เจาะจงซึ่งคุณกำหนดไว้ล่วงหน้า คำสั่ง Stop-loss จะปิดการเทรดเมื่อราคาแย่กว่าระดับราคาตลาดปัจจุบันเพื่อลดการขาดทุนและคำสั่ง Take-profit จะปิดการเทรดเมื่อราคาดีกว่าระดับราคาตลาดปัจจุบันเพื่อช่วยล็อกกำไรหากราคาถึงเป้า

การใช้ Stop-loss และ Take-profit ไม่ใช่ข้อบังคับแต่เมื่อคำนึงถึงตลาดฟอเร็กซ์ที่ผันผวน การทำความเข้าใจและการใช้เครื่องมือบริหารจัดการความเสี่ยงเช่นคำสั่งทั้งสองคำสั่งนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญ

ตัวอย่างเช่น: คำสั่ง Stop-loss และ Take-profit

หากคุณเข้าเทรดโดยซื้อ EUR/USD ที่ 1.1280 และทำคำสั่ง Stop-loss ที่ 1.1268 คุณจะจำกัดความเสี่ยงในการเทรดไว้ที่ 12 pips เมื่อการเทรดมีกำไรพอสมควร คุณก็สามารถปรับ Stop-loss ไปยังตำแหน่งที่จะปกป้องกำไรบางส่วนในการเทรดของคุณได้

ต่อจากตัวอย่าง สมมติว่าหลังจากที่คุณซื้อ EUR/USD ที่ 1.1280 ราคาก็เพิ่มขึ้นเป็น 1.1324 ที่จุดนี้ คุณสามารถทำคำสั่ง Take-profit ไว้ที่ 1.1313 เพื่อปกป้องกำไรที่มีอยู่เอาไว้ 75% หากตลาดกลับตัวเป็นขาลง

ติดตามการเทรด


หลังเข้าเทรดและทำคำสั่งแล้ว คุณควรติดตามราคาตลาดแบบเรียลไทม์และเพิ่มคำสั่งในสถานะที่เปิดอยู่ (เช่น คำสั่ง Take-profit ในตัวอย่างก่อนหน้านี้) นอกจากนี้ คุณยังสามารถดูเงินที่คุณทำได้เมื่อปิดสถานะ

การเปิดและปิดการเทรดเป็นเรื่องที่ค่อนข้างง่าย อย่างไรก็ตาม คุณต้องหลีกเลี่ยงอันตรายที่พบบ่อยเพื่อให้แน่ใจว่าคุณทำกำไรได้พอสมควรและลดการขาดทุนให้ได้มากที่สุด

ความผิดพลาดที่พบบ่อยซึ่งต้องหลีกเลี่ยง
เมื่อเทรดฟอเร็กซ์

เลเวอเรจที่มากเกินไป

หนึ่งในเหตุผลที่การซื้อขาย Forex เป็นที่นิยมมากคือเลเวอเรจที่เสนอโดยโบรกเกอร์ Forex ตอนนี้คุณสามารถจัดการตำแหน่งขนาดใหญ่ด้วยเงินจำนวนน้อยและเลเวอเรจ เลเวอเรจคือ 30: 1 ซึ่งเป็นเรื่องปกติของ Forex แต่เลเวอเรจที่สูงมากสามารถทำให้เงินทุนของคุณหมดลงได้ในไม่ช้าดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องเข้าใจและตระหนักถึงความเสี่ยงและผลตอบแทนของการใช้ประโยชน์จากเลเวอเรจก่อนที่จะใช้

การเทรดมากเกินไป

การเทรดมากเกินไปหมายถึงเวลาที่เทรดเดอร์เห็นโอกาสทำเงินจากการเทรด แต่ในความเป็นจริงกลับไม่มีโอกาส การเทรดมากเกินไปที่พบได้บ่อยมีสองประเภท:

  • การเทรดในปริมาณที่มากเกินไป ปกติแล้ว จะเกิดจากเลเวอเรจที่มากเกินไปและความพยายามทำกำไรให้มากที่สุดในครั้งเดียว

  • การเทรดที่บ่อยเกินไป การเทรดถี่เกินไปจะทำให้คุณเสี่ยงเสียเงินมากกว่าที่ทำเงินได้ เพราะความสำเร็จมาพร้อมการเทรดที่ถูกต้อง ไม่ใช่การเทรดจำนวนมาก

การไม่ฝึกหัดด้วยบัญชีทดลอง

การตรงเข้าเทรดในตลาดจริงจะทำให้เงินของคุณมีความเสี่ยงเนื่องจากการเทรดเป็นทักษะที่ต้องมีการฝึกหัดแม้แต่สำหรับเทรดเดอร์ประสบการณ์สูง ดังนั้น การฝึกหัดด้วยบัญชีทดลองฟรีจนกว่าคุณจะมีกลยุทธ์ที่ดีและพร้อมเปลี่ยนไปเป็นการเทรดจริงคือสิ่งที่รอบคอบ

การไม่ศึกษาอย่างต่อเนื่อง

ตลาดฟอเร็กซ์เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอโดยไม่มีสูตรหรือกฎที่รับประกันความสำเร็จ คุณจึงต้องศึกษาด้วยตนเองเป็นประจำเพื่อให้สามารถเข้าใจความเคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่งของตลาดแห่งนี้ได้

สรุป

เมื่อปฎิบัติอย่างถูกต้อง การเทรดฟอเร็กซ์จะได้ผล รวมถึงอาจเป็นการลงทุนที่ให้ผลคุ้มค่าและทำกำไรได้ อย่างไรก็ตาม คุณต้องเต็มใจที่จะทุ่มเท การเรียนเรื่องเทรดฟอเร็กซ์ไม่ได้ยากมาก แต่การหากลยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จจะต้องใช้การฝึกฝน วินัยและความอดทนเป็นอย่างมาก การหลีกเลี่ยงความผิดพลาดในการเทรดที่พบบ่อย รวมถึงการให้ความสำคัญกับการเรียนรู้และปรับปรุงกลยุทธ์ของคุณอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้คุณเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จได้

เริ่มต้นเทรด
ได้ในไม่กี่นาที

เปิดบัญชีตอนนี้เลย

bullet เข้าถึงตราสารทางการเงินกว่า 10,000 รายการ
bullet เปิดและปิดสถานะอัตโนมัติ
bullet ข่าวสารและปฏิทินเศรษฐกิจ
bullet เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคและกราฟ
bullet มีเครื่องมือเพิ่มเติมอีกมากมาย

การให้อีเมลของคุณ แสดงถึงว่าคุณยอมรับในนโยบายความเป็นส่วนตัวของ FP Markets และจะรับสื่อการตลาดในอนาคตจาก FP Markets คุณสามารถยกเลิกการสมัครรับได้ทุกเมื่อ





รับอัปเดตทันทีใน Telegram