ฟอเร็กซ์และ CFD
ต่างกันอย่างไร

ฟอเร็กซ์และ CFD
ต่างกันอย่างไร

ฟอเร็กซ์และ CFD:
Their
Differences and
Similarities

ฟอเร็กซ์และสัญญาซื้อขายส่วนต่าง (CFD) เป็นตัวเลือกในการลงทุนที่ได้รับความนิยมสำหรับนักเทรดมากมายทั่วโลก การเทรดทั้งสองรูปแบบต่างมีข้อดีที่ทำให้การเทรดเหล่านี้เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการจะประสบความสำเร็จในตลาดทางการเงิน แต่ว่าเทรดเดอร์หลายรายก็ต่างสงสัยว่าตัวเลือกใดดีกว่ากัน

คำตอบแบบเรียบง่ายก็คือทั้งสองตลาดนี้ไม่มีตลาดไหนดีไปกว่ากัน ในสภาพเช่นนี้ คำถามที่ถูกต้องควรจะเป็นอะไรคือความเหมือนและความแตกต่างระหว่างสองตลาดนี้ การถามเช่นนี้ จะทำให้การพิจารณาว่าตลาดใดเหมาะสมกับวัตถุประสงค์และแผนในการเทรดระยะยาวของคุณมากกว่า

ภาพรวม: ตลาด CFD และ
ฟอเร็กซ์นั้นเป็นอย่างไร

ฟอเร็กซ์นั้นถือเป็นหนึ่งในการเทรดระหว่างประเทศที่มีความเก่าแก่มากที่สุด โดยมีประวัติย้อนกลับไปมากกว่าร้อยปี ทุกวันนี้ตลาดฟอเร็กซ์ถือเป็นตลาดทางการเงินที่มีปริมาณการเทรดในแต่ละวันมากที่สุดในโลก โดยมีปริมาณการเทรดมากถึง $6.6 ล้านล้านดอลลาร์ในแต่ละวัน

ตลาด CFD นั้นค่อนข้างใหม่เมื่อเทียบกับตลาดฟอเร็กซ์ โดยมีประวัติที่สั้นกว่าย้อนกลับไปถึงเพียงแค่ช่วงต้นทศวรรษ 1990 แต่ทว่าในช่วงปีที่ผ่านมานี้ CFD ได้กลายมาเป็นตราสารสำหรับการเทรดที่มีความทันสมัยและเริ่มได้รับความนิยมในหมู่เทรดเดอร์

CFD Trading vs. Forex
Trading: What are the
Differences?

1. การเลือกตราสาร

ความแตกต่างหลักระหว่างการเทรดฟอเร็กซ์และ CFD คือฟอเร็กซ์นั้นจำกัดอยู่แค่สกุลเงิน ส่วนสัญญา CFD นั้นครอบคลุมสินทรัพย์หลากหลายชนิดมากกว่า

ในการเทรดฟอเร็กซ์ ปริมาณการเทรดในตลาดส่วนมากจะเป็นของสกุลเงินหลักแปดชนิด แม้ว่าโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์หลายเจ้าจะมีสกุลเงินหลัก รอง และสกุลเงินแปลกใหม่มากมายตั้งแต่ 40 ถึง 70 สกุลเงินให้เทรดเดอร์ได้เลือก แต่ CFD นั้นมีตราสารให้เลือกมากมายรวมถึงสกุลเงินอีกด้วย ดังนั้นแล้ว การเทรดฟอเร็กซ์จึงมีความตรงตัวมากกว่าเพราะมีการเทรดกันแค่เฉพาะสกุลเงินในขณะที่ CFD นั้นมีความซับซ้อนมากกว่า

สัญญา CFD ที่มักเทรดกันนั้นเป็นสัญญาของฟอเร็กซ์ หุ้น ดัชนี และสินค้าโภคภัณฑ์ ทำให้คุณสามารถเข้าถึงโอกาสในการเทรดรูปแบบต่างๆ มากมายโดยรวมถึงพอร์ทหุ้นระหว่างประเทศที่อาจไม่สามารถเข้าถึงได้โดยตรง นอกไปจากนั้นแล้ว การที่คริปโตเคอเรนซี่ได้รับความสนใจมากขึ้นในฐานะสินทรัพย์ดิจิตอลที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกทำให้ CFD คริปโตเคอเรนซี่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในตลาด

2. ขนาดสัญญา

ในการเทรดฟอเร็กซ์ ขนาดของสัญญานั้นมีความแน่นอน ไม่ว่าคุณจะทำการเทรดในคู่สกุลเงินใดก็ตาม ขนาดล็อตมาตรฐานคือ 100,000 หน่วยของสกุลเงินนั้น แต่โบรกเกอร์ก็ยังบัญชีขนาดเล็กซึ่งเป็นเศษส่วนของล็อตมาตรฐานให้เลือกเทรดอีกด้วย ซึ่งเป็นขนาดที่เรียกว่ามินิ ไมโคร และนาโนโดยมีปริมาณ 10,000 1,000 และ 100 หน่วยตามลำดับ

นอกจากความยืดหยุ่นในด้านชนิดของตราสารที่คุณสามารถเทรดได้แล้ว การเทรด CFD ยังมีขนาดสัญญาให้เลือกมากมาย ปริมาณของสินทรัพย์ต่อสัญญา CFD สัญญาหนึ่งนั้นอาจมีความแตกต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสินทรัพย์ที่คุณเลือกที่จะเทรด ตัวอย่างเช่น สำหรับสัญญาโลหะมีค่า สัญญามาตรฐานจะอยู่ที่ 100 ออนซ์ ในขณะที่หุ้น สัญญามาตรฐานจะอยู่ที่ 1 หุ้น

3. สิ่งที่กระทบต่อตลาด

ปัจจัยต่างๆ ล้วนมีผลต่อตลาด CFD และฟอเร็กซ์ การเคลื่อนไหวของราคาในตลาดฟอเร็กซ์นั้นโดยมากมักจะได้รับผลจากเหตุการณ์ของเศรษฐกิจมหภาคและปัจจัยด้านเศรษฐกิจ ซึ่งอาจรวมถึงปัจจัยเช่นการเปลี่ยนแปลงในการจ้างงานขนานใหญ่ในภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่ง ความเชื่อมั่นในด้านความเสี่ยง การคาดหวังด้านนโยบายการเงินและการที่นโยบายเหล่านี้จะมีผลต่อ GDP ของประเทศที่สกุลเงินกำลังถูกเทรด การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองระหว่างประเทศ และในบางกรณีอาจรวมถึงปัจจัยแวดล้อมด้วย

ในขณะที่ความผันผวนในตลาด CFD นั้นจะขึ้นอยู่กับปัจจัยเฉพาะที่มีผลต่อตราสารที่กำลังมีการเทรดกันอยู่ ซึ่งอาจรวมถึงปัจจัยเช่นการเปลี่ยนแปลงของแนวโน้มที่เกี่ยวข้องกับภาคธุรกิจภาคใดภาคหนึ่งหรืออุปสงค์และอุปทานของสินค้าโภคภัณฑ์นั้นๆ

ตัวอย่างเช่น ในขณะที่ปัจจัยที่มีผลต่อตลาดฟอเร็กซ์นั้นสามารถมีผลต่อราคาของ CFD ได้ด้วย:

  • รายได้จากหุ้นที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มดัชนีนั้นมีผลต่อ CFD ของดัชนีนั้นๆ เช่น FTSE100 S&P500 และ DAX30

  • ราคา CFD น้ำมันดิบนั้นขับเคลื่อนโดยช่วงฤดูกาลผลิตและการส่งออกหรืออุปสงค์อุปทานเป็นหลัก

  • ราคาของ CFD หุ้นนั้นมักถูกกำหนดด้วยเหตุการณ์ในบริษัทนั้นๆ และปัจจัยทางธุรกิจเช่นการเข้าซื้อกิจการหรือรายได้

  • ส่วนหนึ่งของปัจจัยเช่นอุปสงค์อุปทานของคริปโตเคอเรนซี่และจำนวนสกุลเงินที่แข่งขันกันอยู่ในตลาดจะมีผลต่อ CFD คริปโตเคอเรนซี่

4. ต้นทุนในการเทรด

แม้ว่าต้นทุนในการเทรดของทั้ง CFD และฟอเร็กซ์นั้นจะขึ้นอยู่กับสเปรดส่วนหนึ่งทั้งคู่ แต่ CFD มักมีค่าใช้จ่ายอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยตามเงื่อนไขการเทรดและสินทรัพย์ที่อ้างอิงที่กำลังถูกเทรด ยกตัวอย่างเช่น การถือสถานะ CFD ข้ามคืนอาจทำให้มีค่าธรรมเนียมการซื้อขายข้ามคืน และในขณะที่ CFD สำหรับฟอเร็กซ์และสินค้าโภคภัณฑ์มักมีสเปรดเป็นค่าใช้จ่ายเพียงอย่างเดียวในการเทรด แต่ CFD หุ้นนั้นอาจมีค่าใช้จ่านการเทรดในรูปแบบของค่าคอมมิชชั่นด้วย

Start Trading Forex &
CFDs on Tighter Spreads

สิ่งที่เหมือนกันระหว่าง
การเทรด CFD และการเทรดฟอเร็กซ์:

1. Non-ownership of the
Underlying Asset

ไม่ว่าคุณจะเลือกเทรด CFD หรือฟอเร็กซ์ การเทรดทั้งสองรูปแบบไม่ได้ทำให้คุณเป็นเจ้าของสินทรัพย์อ้างอิงที่เทรดอยู่ ตัวอย่างเช่น ในการเทรดสกุลเงินเช่น EUR/USD คุณไม่ได้กำลังซื้อขายเงินยูโรหรือดอลลาร์ คุณแค่กำลังคาดการณ์ว่ามูลค่าของยูโรนั้นจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์

และในลักษณะเดียวกัน เมื่อคุณทำการเทรด CFD ตัวอย่างเช่น คุณทำการซื้อสัญญา CFD สำหรับดัชนี FTSE 100 คุณไม่ได้กำลังซื้อหุ้นตลาด FTSE เพราะเหตุนี้จึงเรียกสัญญานี้ว่า สัญญาซื้อขายส่วนต่าง การไม่ได้เป็นเจ้าของนี้มีรูปแบบเดียวกันเมื่อคุณเทรด CFD สินค้าโภคภัณฑ์เช่นน้ำมัน คุณไม่ได้เป็นเจ้าของน้ำมันแม้แต่ถังเดียว คุณแค่คาดการณ์ว่าราคาของน้ำมันที่อ้างอิงนั้นจะเพิ่มขึ้นหรือลดลง

2. ขั้นตอนการดำเนินการที่คล้ายกัน

ทั้งการเทรด CFD และฟอเร็กซ์นั้นต่างมีขั้นตอนการดำเนินการที่เหมือนกัน แพลตฟอร์มเดียวกันจะเป็นผู้ดำเนินการเทรดโดยใช้วิธีกำหนดราคาและกราฟในการเทรดที่คล้ายกัน นอกจากนี้ ผู้ดำเนินการเทรดฟอเร็กซ์และ CFD นั้นคือเครือข่ายธนาคารแทนที่จะเป็นหน่วยงานตัวกลางแบบรวมศูนย์หน่วยงานเดียว

3. Potential to Trade
Both Long and Short

หนึ่งในข้อได้เปรียบของการเทรด CFD คือการที่คุณสามารถเก็งกำไรจากความเคลื่อนไหวของราคาได้ไม่ใช่แค่เพียงตอนที่ตลาดกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นเท่านั้น แต่คุณสามารถทำได้ในช่วงขาลงเช่นกัน หากคุณคิดว่ามูลค่าของสินทรัพย์ที่ใช้อ้างอิงนั้นจะเพิ่มขึ้น คุณก็เลือกเทรดแบบ Long (ซื้อ) หากคุณคิดว่ามูลค่าจะลดลง คุณก็เลือกเทรดแบบ Short (ขาย)

ตัวอย่างเช่น หากคุณคิดว่าราคาของคู่เงิน EUR/USD จะเพิ่มขึ้น คุณสามารถซื้อ CFD ฟอเร็กซ์ได้ คุณจะได้กำไรหากมูลค่าของเงินยูโรเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ หรือขาดทุนหากมูลค่าของเงินยูโรลดลง

และในลักษณะเดียวกัน สภาพคล่องที่มีอยู่อย่างมากในตลาดฟอเร็กซ์ทำให้สามารถทำการเทรดได้ทั้งช่วงตลาดขาขึ้นและขาลง ในตลาดขาขึ้น คุณสามารถซื้อคู่เงินได้ในราคาที่ต่ำกว่าจากนั้นจึงทำกำไรด้วยการขายคู่เงินนั้นในราคาที่สูงกว่าเมื่อคุณปิดการเทรด ในตลาดขาลง คุณทำตรงกันข้าม ด้วยการขายคู่เงินและทำกำไรด้วยการซื้อเงินคืนในราคาที่ต่ำกว่า

4. ความจำเป็นของความรู้พื้นฐานในการเทรด

ฟอเร็กซ์และ CFD ต่างเป็นการลงทุนในตลาดการเงิน
ดังนั้นการจะประสบความสำเร็จในตลาดทั้งสองจำเป็นต้องมีความรู้พื้นฐานของตลาดการเงิน

และจำเป็นจะต้องมีความรู้ในการเทรดในทั้งสองตลาดก่อนจะเริ่มการเทรด คุณต้องทำความเข้าใจว่าแต่ละตลาดนั้นมีการทำงานอย่างไร ตั้งแต่การเข้าใจคำศัพท์ต่างๆ เช่น สเปรด ช่องระหว่างราคา และการเรียกมาร์จิ้นเพิ่ม ไปจนถึงวิธีการวิเคราะห์ตลาดวิธีต่างๆ และเรื่องอื่นๆ อีกมากมาย ตลาดระหว่างประเทศทั้งคู่นี้มีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดทำให้การอัพเดทและเพิ่มความรู้ของคุณเองให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจึงมีความสำคัญอย่างมาก

คุณจะต้องมีแผนและกลยุทธ์ที่เหมาะสมหากคุณต้องการจะเพิ่มโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในทั้งสองตลาด หากคุณไม่มีแผนหรือกลยุทธ์ การเทรดของคุณจะไม่ต่างอะไรจากการพนัน ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางสู่ความล้มเหลวในการเทรด

กลยุทธ์การเทรดจะต้องมีกฎการจัดการเงินและความเสี่ยงที่ชัดเจน และส่วนหนึ่งของแผนนั้นจะต้องมีการฝึกซ้อมอย่างหนักในบัญชีทดลอง
เพราะท้ายที่สุดแล้ว การเทรดถือเป็นทักษะที่ต้องใช้เวลาในการพัฒนา

5. Use of Margin
and Leverage

ทั้งการเทรด CFD และการเทรดฟอเร็กซ์ต่างให้คุณใช้งานมาร์จิ้น แต่ว่ามาร์จิ้นนั้นมักโควทในรูปแบบของอัตราส่วนเลเวอเรจในการเทรดฟอเร็กซ์ ซึ่งหมายความว่าหากสัญญา CFD มีมาร์จิ้น 2% เทรดเดอร์จะต้องมีเงินทุนในบัญชีเป็น 2% ของมูลค่าทั้งหมดของสัญญา ในอีกด้านสำหรับการเทรดฟอเร็กซ์ มาร์จิ้น 2% นั้นมักถูกโควทเป็น เลเวอเรจ 50:1 เท่า

มาร์จิ้นต่ำหมายถึงต้องใช้เงินทุนเริ่มต้นที่ต่ำกว่าและมีโอกาสสร้างกำไรได้มากกว่า เนื่องจากลักษณะแบบนี้ทำให้คุณสามารถใช้ประโยชน์จากสถานะของคุณได้มากขึ้นเมื่อเทียบกับในตอนที่คุณต้องฝากเงินตามปริมาณมาร์จิ้นที่มากกว่านี้ ตัวอย่างเช่น มาร์จิ้น 2% นั้นหมายถึงเลเวอเรจ 50:1 ในขณะที่มาร์จิ้นที่สูงกว่าในระดับ 10% หมายถึงเลเวอเรจที่ต่ำกว่าโดยอยู่ที่ 10:1 แต่ว่ายิ่งมาร์จิ้นต่ำลงเท่าไร ความเสี่ยงที่ต้องเผชิญก็ยิ่งสูงมากขึ้นเท่านั้นตามที่แสดงในตัวอย่างต่อไปนี้

ตัวอย่าง: ความเสี่ยงของการเทรดด้วยมาร์จิ้นต่ำเมื่อเทียบกับมาร์จิ้นสูง

ในตัวอย่างนี้จะมีการใช้ CFD สำหรับฟอเร็กซ์เพื่อแสดงให้เห็นถึงผลของมาร์จิ้นในระดับที่ต่างกัน โดยมีด้วยกันสองกรณี อันหนึ่ง 2% ส่วนอีกอันหนึ่งคือ 5%

ในกรณี

2%

มาร์จิ้น

สมมุติว่าคุณมีบัญชี USD และอัตราแลกเปลี่ยน EUR/USD นั้นอยู่ที่ 1.0831 การวิเคราะห์ของคุณบ่งชี้ว่า EUR จะอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับ USD ดังนั้นคุณจึงตัดสินใจที่จะขาย 3 สัญญา EUR/USD แบบมินิในราคา €30,000 ซึ่งสามารถซื้อได้ $32,493 หากใช้มาร์จิ้น 2% คุณจะต้องฝากเงินแค่ $649.86 (2% x $32,493) ซึ่งหมายถึงคุณควบคุมสถานะมูลค่า $32,493 ด้วยเงินทุนแค่ $649.86 หากการคาดการณ์ของคุณถูกต้องและราคาลดลงไปที่ 1.0762 คุณจะได้ 69 Pip แต่ละ Pip ในสัญญาแบบมินิมีมูลค่า $1 ดังนั้นกำไรของคุณจะอยู่ที่ $207 (69 Pip x $1 x 3 สัญญาแบบมินิ)

หากคุณลงทุนด้วยเงิน $32,493 ที่จำเป็น คุณจะได้รับเงินกำไร $207 แต่นั่นจะเป็นเพียงแค่ 0.64% ของเงินทุนของคุณ (100 x [$207/$32,493]) การใช้มาร์จิ้นทำให้คุณสามารถเพิ่มกำไรเป็น 30.4% จากเงินทุนเริ่มต้น (100 x [$207/649.86]) ซึ่งหมายความว่า คุณทำกำไรได้เท่ากันด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่ามาก มาร์จิ้น 2% หมายความว่าคุณสามารถใช้เลเวอเรจได้มากถึง 50:1 แต่นี่ก็เป็นดาบสองคม เพราะมันอาจเพิ่มการขาดทุนของคุณได้ในรูปแบบเดียวกันกับการเพิ่มกำไร

การคำนึงถึงเลเวอเรจ

จากตัวอย่างก่อนหน้า หากการคาดการณ์ของคุณนั้นผิดพลาดและราคาเพิ่มไปเป็น 1.0929 คุณจะขาดทุนไป 98 Pip มูลค่าการขาดทุนคือ $294 (98 Pip x $1 x 3 สัญญาแบบมินิ)

สมมุติว่าคุณใช้เลเวอเรจทั้งหมดที่คุณมี8nv 50:1 การเคลื่อนไหวเพียง 2% ($649.86) ก็สามารถทำให้เงินต้นทั้งหมดของคุณหายไปได้ ในตัวอย่างนี้ การสูญเสีย 98 Pip หมายถึงการสูญเสีย 45.2% ของเงินทุนเริ่มต้นของคุณในการเทรดครั้งเดียว (100 x [$294/649.86]) หลักทั่วไปคือไม่ลงเงินมากไปกว่า 1% ของเงินทุนทั้งหมดของคุณในการเทรดครั้งเดียว การเทรดในตัวอย่างนี้ทำให้คุณตกอยู่ในความเสี่ยงอย่างมาก

ใช้เลเวอเรจ ด้วย

5%

มาร์จิ้น

หากใช้สถานการณ์เดียวกันกับกรณีมาร์จิ้น 2% เพื่อสะท้อนถึงมาร์จิ้น 5% เงินฝากที่จำเป็นจะอยู่ที่ $1,624.65 (5% x $32,493) หากราคาเพิ่มไปอยู่ที่ 1.0929 การเทรดจะยังก่อให้เกิดการขาดทุน $294 แต่ว่าในอัตรามาร์จิ้น 5% จะต้องมีการเคลื่อนไหวไปในทางลบ 5% คุณจึงจะสูญเสียเงินต้นทั้งหมด ในกรณีแบบนี้ แม้ว่าคุณจะใช้เลเวอเรจที่มีให้ทั้งหมดที่ 20:1 ความสูญเสียจะอยู่ที่เพียงแค่ 18.1% ของบัญชีของคุณ (100 x [$294/$1,624.65]) คุณจะอยู่ในสถานะที่ดีกว่าการที่คุณใช้เลเวอเรจ 50:1

มาร์จิ้นที่ต่ำกว่าและเลเวอเรจที่สูงกว่าหมายถึงความเสี่ยงที่สูงกว่า โดยทั่วไปแล้ว คุณไม่ควรใช้มาร์จิ้นทั้งหมดและใช้เลเวอเรจเมื่อมีความได้เปรียบอย่างชัดเจนเท่านั้น เลเวอเรจสามารถเพิ่มปริมาณการขาดทุนได้เช่นเดียวกับการเพิ่มกำไร ดังนั้นจึงควรใช้กลยุทธ์ในการจัดการความเสี่ยงเช่นการลดการขาดทุนและการทำกำไร หมายเหตุ: การเทรด CFD มีความเสี่ยง การเรียกมาร์จิ้นเพิ่มเกิดขึ้นได้บ่อย และคุณอาจสูญเสียเงินมากกว่ามาร์จิ้นเริ่มต้นและทำให้บัญชีติดลบเว้นเสียแต่ว่าโบรกเกอร์ CFD ของคุณจะมีการป้องกันสิ่งเหล่านี้

6. แหล่งข้อมูลเพื่อการศึกษา

ข้อมูลเกี่ยวกับการเทรดฟอเร็กซ์นั้นสามารถเขาถึงได้ง่ายกว่า CFD เนื่องจากการเทรดฟอเร็กซ์นั้นสามารถเข้าถึงได้โดยบุคคลทั่วไปในช่องทางออนไลน์มาเป็นเวลานานแล้ว แต่ทว่า เมื่อ CFD เริ่มได้รับความนิยม มากขึ้น แหล่งข้อมูลคุณภาพสูงเกี่ยวกับ CFD เพื่อช่วยเทรดเดอร์ในการทำความเข้าใจตลาดที่ซับซ้อนก็มีมากขึ้นเช่นกัน การขาดแคลนแหล่งข้อมูลที่ดีเยี่ยมไม่ได้เป็นอุปสรรคหลักที่กีดกันผู้คนจากการเข้าสู่ทั้งตลาดฟอเร็กซ์และ CFD อีกต่อไป สำหรับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและทางเทคนิคเชิงลึกรวมถึงความรู้ในการเทรด โปรดไปที่บล็อกศูนย์รวมเทรดเดอร์ของเรา

Start Trading Forex &
CFDs on Tighter Spreads

ฟอเร็กซ์กับ CFD:
ควรเทรดในตลาดใด

เมื่อต้องเลือกระหว่างการเทรด CFD หรือฟอเร็กซ์ ตัวเลือกมักมาจากความชอบส่วนตัว โครงสร้างทางความเสี่ยง และเป้าหมายในการเทรดของคุณ การเทรดทั้งสองรูปแบบนั้นมีข้อได้เปรียบและเสียเปรียบมากมาย และแต่ละรูปแบบต่างสามารถสร้างข้อได้เปรียบให้กับคุณได้ ในบางกรณี เมื่อนักเทรดมีความรู้มากพอและฝึกฝนในทั้งตลาด CFD และฟอเร็กซ์ พวกเขาเลือกที่จะเทรดในทั้งสองช่องทาง

การเข้าใจว่าอะไรที่ทำให้ CFD และฟอเร็กซ์เหมือนและต่างกันจะช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาด ซึ่งจะนำไปสู่กลยุทธ์ในการเทรดที่มีประสิทธิภาพมากกว่าและเพิ่มโอกาสการประสบความสำเร็จในเส้นทางการเทรดของคุณในทั้งสองช่องทางในระยะยาว

หากต้องการเรียนรู้วิธีการเทรดฟอเร็กซ์และ CFD ลองเปิดบัญชีทดลองกับ FP Markets และทำความคุ้นเคยกับแพลตฟอร์มเทรดของเราและตลาดฟอเร็กซ์และ CFD พร้อมทดสอบกลยุทธ์การเทรดของคุณได้

เริ่มต้นเทรด
ได้ในไม่กี่นาที

เปิดบัญชีตอนนี้เลย

bullet เข้าถึงตราสารทางการเงินกว่า 10,000 รายการ
bullet เปิดและปิดสถานะอัตโนมัติ
bullet ข่าวสารและปฏิทินเศรษฐกิจ
bullet เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคและกราฟ
bullet มีเครื่องมือเพิ่มเติมอีกมากมาย

การให้อีเมลของคุณ แสดงถึงว่าคุณยอมรับในนโยบายความเป็นส่วนตัวของ FP Markets และจะรับสื่อการตลาดในอนาคตจาก FP Markets คุณสามารถยกเลิกการสมัครรับได้ทุกเมื่อ





รับอัปเดตทันทีใน Telegram